แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Excel พื้นฐาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Excel พื้นฐาน แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

การจัดหน้ากระดาษ และการสั่งพิมพ์

จัดหน้ากระดาษและสั่งพิมพ์ใน Excel


·              Page Setup
  1. คลิกเลือกเวิร์กชีต (แต่ละเวิร์กชีตจะมีรายละเอียดของการพิมพ์แยกเป็นของตนเอง
  2. ในแถบ Ribbon เลือกคำสั่ง Page Setup (ตั้งค่าหน้ากระดาษ)> คลิกปุ่ม  
  3. คลิกแท็บ Page (หน้า)
  4. เลือกทิศทางการพิมพ์ในกลุ่ม Orientation (การวางแนว)
  5. เลือกขนาดกระดาษจากช่อง Paper size (ขนาดกระดาษ)
  6. คลิกแท็บ Margins (ระยะขอบ) เพื่อกำหนดขนาดของขอบกระดาษ (margin) แต่ละด้าน และตำแหน่งที่จะใส่ข้อความหัวและท้ายกระดาษ


  1. คลิกแท็บ Header/Footer (หัวกระดาษ/ท้ายกระดาษ) เพื่อกรอกข้อความที่หัวและท้ายกระดาษ ซึ่งจะถูกพิมพ์ออกมา
เหมือนกันทุกๆ หน้า
  1. เลือกรายการที่จะใส่ในส่วนหัวกระดาษจากช่อง Header (หัวกระดาษ) หรือคลิกปุ่ม Custom Header (หัวกระดาษ กำหนดเอง) เพื่อใส่ข้อความเอง
  2. เลือกรายการที่จะใส่ในส่วนท้ายกระดาษจากช่อง Footer (ท้ายกระดาษ) หรือคลิกปุ่ม Custom Footer (ท้ายกระดาษ กำหนดเอง) เพื่อใส่ข้อความเอง


  1. คลิกแท็บ Sheet (แผ่นงาน) เพื่อกำหนดพื้นที่และรายละเอียดของการพิมพ์
  2. คลิกปุ่ม  ท้ายช่อง Print area (พื้นที่การพิมพ์)
  3. ใช้เมาส์เลือกเซลที่จะพิมพ์จากเวิร์กชีต
  4. คลิกปุ่ม ท้ายช่อง Rows to repeat at top (แถวที่จะพิมพ์ซ้ำด้านบน) หรือ Columns to repeat at left (คอลัมน์ที่จะพิมพ์ซ้ำทางซ้าย)
  5. เลือกแถวหรือคอลัมน์ที่จะเป็นส่วนหัวซึ่งจะถูกพิมพ์ในทุกๆ หน้า เช่น แถวที่ 1
  6. คลิก OK เพื่อจบการกำหนดรายละเอียด หรือคลิกปุ่ม Print (พิมพ์) เพื่อสั่งพิมพ์ทันที

ดูตัวอย่างก่อนพิมพ์


1. คลิกปุ่ม          > Print (พิมพ์) > Print Preview (ตัวอย่างก่อนพิมพ์)



สั่งพิมพ์เวิร์กชีต

  1. คลิกเลือกเวิร์กชีตที่จะพิมพ์
               2.   คลิกปุ่ม             > Print (พิมพ์) 


        3.    เลือกเครื่องที่จะใช้พิมพ์จากช่อง Name (ชื่อเครื่องพิมพ์)
    4.  ระบุหน้าที่จะพิมพ์ เลือก All (ทั้งหมด) หมายถึงพิมพ์ทุกหน้า ถ้าจะเลือกพิมพ์เฉพาะบางหน้า ก็ใส่หน้าเริ่มต้นลงในช่อง From (จาก) และหน้าสุดท้ายลงในช่อง To (ถึง)
5.    ระบุจำนวนสำเนาที่ต้องการลงในช่อง Number of copies (จำนวนสำเนา)
6.     คลิก Ok เพื่อเริ่มพิมพ์ หรือคลิก Cancel เพื่อยกเลิกการพิมพ์




<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> สอน Excel, พื้นฐาน Excel, หลักสูตร Excel, คำนวณ Excel, อบรม Excel, เรียน Excel, สูตร Excel, Excel เบื้องต้น





ปรับหน้ากระดาษในมุมมองแบบแสดงตัวอย่างตัวแบ่งหน้า

ปรับหน้ากระดาษในมุมมองแบบแสดงตัวอย่างตัวแบ่งหน้า
แสดงตัวอย่างตัวแบ่งหน้าใน  Excel
  1. กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการพิมพ์ เช่น ขอบเขตในเวิร์กชีตที่จะพิมพ์ ขนาดกระดาษ และระยะขอบให้พร้อม
  2. ในแถบ Ribbon View > Page Break Preview (มุมมอง > แสดงตัวอย่างตัวแบ่งหน้า)
  3. เมื่อใช้คำสั่งนี้ครั้งแรกโปรแกรมจะแสดงคำแนะนำในการใช้ ให้เลือก Do not show (ไม่ต้องแสดงกล่องโต้ตอบนี้อีก) เพื่อไม่แสดงข้อความนี้อีก แล้วคลิก OK

  

  1. เลื่อนเมาส์ไปที่เส้นสีน้ำเงินซึ่งเป็นตัวแบ่งหน้ากระดาษ จากนั้นคลิกแล้วลากเมาส์เพื่อปรับเส้นแบ่งหน้ากระดาษ ทั้งแนวตั้งและแนวนอนไปตรงตำแหน่งที่ต้องการได้
  2. เมื่อต้องการกลับสู่มุมมองปกติ ก็เลือกคำสั่ง ในแถบ Ribbon View > Normal (มุมมอง > ปกติ)
<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> สอน Excel, พื้นฐาน Excel, หลักสูตร Excel, คำนวณ Excel, อบรม Excel, เรียน Excel, สูตร Excel, Excel เบื้องต้น

การใส่ตัวแบ่งหน้า (Break) เมื่อเวลาสั่งพิมพ์ จะขึ้นหน้าใหม่

การใส่ตัวแบ่งหน้าใน Excel
  1. คลิกเซลที่จะให้อยู่ที่มุมซ้ายบนของหน้ากระดาษใหม่
  2. ในแถบ Ribbon Page Layout> Break > Insert Page Break (มุมมอง > ตัวแบ่งหน้า > แทรกตัวแบ่งหน้า) จะมีเส้นประขึ้นมาแสดงของเขตของแต่ละหน้ากระดาษ

 
  1. หากต้องยกเลิก คลิกเซลที่จะให้อยู่ที่มุมซ้ายบนของหน้ากระดาษใหม่ เลือกคำสั่ง Remove Page Break (ลบตัวแบ่งหน้า)
<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> สอน Excel, พื้นฐาน Excel, หลักสูตร Excel, คำนวณ Excel, อบรม Excel, เรียน Excel, สูตร Excel, Excel เบื้องต้น

การตรึงแถวและคอลัมน์


ชื่อเซลแบบสัมบูรณ์ (Absolute Reference)

                เป็นชื่อที่หมายถึงเซลหนึ่งเซลใด (หรือกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด) อย่างเฉพาะเจาะจง คือระบุแน่นอนเลยว่า หมายถึงเซลนั้นๆ โดยไม่สนใจว่ากำลังอ้างถึงจากตำแหน่งไหน ชื่อประเภทนี้จะมีเครื่องหมาย $ อยู่ข้างหน้าชื่อคอลัมน์และชื่อแถวเสมอ ดังตารางตัวอย่างใน Excel
การใส่เครื่องหมาย $ ทำได้โดยการกดคีย์ F4 เมื่อคุณพิมพ์เครื่องหมาย = และตำแหน่งเซลแล้ว เช่น D4
 กดคีย์ F4 ครั้งที่ 1 จะได้ =$D$4 
 กดคีย์ F4 ครั้งที่ 2 จะได้ =D$4
กดคีย์ F4 ครั้งที่ 3 จะได้ =$D4 และ
 กดคีย์ F4 ครั้งที่ 4 จะได้กลับมาเซลแบบเดิมคือ =D4

ชื่อเซล
ความหมาย
        $A$2
        เซล A2 อย่างเฉพาะเจาะจง
        $A3
        เซลในคอลัมน์ A อย่างเฉพาะเจาะจง
        $D$3:$E$8
        กลุ่มเซล D3 ถึง E8 อย่างเฉพาะเจาะจง
        Sheet1!$D$2:$D$4
        กลุ่มเซล D2 ถึง D4 ในเวิร์กชีตชื่อ “Sheet1” อย่างเฉพาะ    เจาะจง


<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> สอน Excel, พื้นฐาน Excel, หลักสูตร Excel, คำนวณ Excel, อบรม Excel, เรียน Excel, สูตร Excel, Excel เบื้องต้น





การใส่สูตรคำนวณอย่างง่าย และเทคนิคการใส่สูตรให้รวดเร็วขึ้น



การสร้างสูตรคำนวณใน  Excel

                การใส่สูตรคำนวณลงในเซลนั้นทำได้โดยคลิกเซลที่ต้องการ แล้วพิมพ์สูตรลงไปในเซลโดยตรง หรือพิมพ์ลงบนแถบ สูตร (Formula Bar)    และจะต้องเริ่มต้องด้วยเครื่องหมายเท่ากับ ซึ่งจะมีการใช้งานของเครื่องหมายบนแถบสูตร ดังนี้
 ปุ่ม Enter หรือ กดคีย์ Enter นำสูตร ลงไปในเซล

 ปุ่ม Cancel ยกเลิกการสร้างสูตร

 ปุ่มExpand Formula Bar ขยายแถบสูตรให้กว้างขึ้น


พิมพ์สูตรคำนวณ

                สูตรคำนวณใน Excel นั้นจะต้องเริ่มด้วยเครื่องหมาย = (เท่ากับ) เสมอ ซึ่งมีวิธีการคำนวณดังนี้
  1. คลิกเลือกเซลที่จะใส่สูตร
  2. พิมพ์ = (เท่ากับ) ตามด้วยสูตรคำนวณ โดยพิมพ์ลงในเซล หรือ แถบสูตรก็ได้ เช่น จากตัวอย่าง ผลลัพธ์รวมเงิน คือ จำนวน(ชิ้น) + ราคา(บาท) พิมพ์สูตร =B6*C6
  3. คลิกปุ่ม Enter
หรือกดคีย์ Enter ก็ได้
หากต้องการพิมพ์สูตรใหม่ ให้คลิกปุ่ม Cancel หรือกดคีย์ Esc เพื่อยกเลิกสูตร


เลือกเซลคำนวณด้วยเมาส์

                นอกจากการพิมพ์ตำแหน่งเซลอ้างอิงลงในเซลสูตรโดยตรงแล้ว คุณสามารถใช้เมาส์คลิกเลือกเซลอ้างอิงแทนได้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและรวดเร็วกว่าโดยไม่ต้องพิมพ์ชื่อเซล ทำได้ดังนี้


แก้ไขสูตรคำนวณ

                การแก้ไขสูตรคำนวณที่พิมพ์ไปแล้วในเซลใดๆ ก็ตามบนเวิร์กชีต ทำได้ตามข้อใดข้อหนึ่งดังนี้
·        คลิกเลือกเซลสูตร แล้วคลิกแถบสูตรเพื่อแก้ไขบนแถบสูตร
·        คลิกเลือกเซลสูตร แล้วกดคีย์ F2 แล้วแก้ไขสูตรในเซล
·        ดับเบิลคลิกในเซลสูตร แล้วแก้ไขในเซล


<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> สอน Excel, พื้นฐาน Excel, หลักสูตร Excel, คำนวณ Excel, อบรม Excel, เรียน Excel, สูตร Excel, Excel เบื้องต้น






การจัดการกับ Worksheet


การตั้งชื่อเวิร์กชีตใน Excel


1. ดับเบิลคลิก ที่ชื่อเวิร์กชีต หรือคลิกขวาที่ชื่อเวิร์กชีต เลือก Rename
2. พิมพ์ชื่อใหม่แล้วกด Enter

เพิ่มเวิร์กชีตใหม่


1.       คลิกตำแหน่งเวิร์กชีตที่จะแทรก
2.       เลือก Insert > Worksheet > OK (แทรก > แผ่นงาน > ตกลง)หรือใช้คีย์ลัด Shift + F11
3.       เวิร์กชีตที่เพิ่มเข้ามาใหม่จะอยู่ทางด้านซ้ายของเวิร์กชีตที่เลือก 

ลบเวิร์กชีตออกจากเวิร์กบุ๊ค


1.       คลิกเลือกเวิร์กชีตที่ต้องการลบ
§  ลบหลายเวิร์กชีตติดกัน ให้กดปุ่ม Shift ค้างไว้แล้วคลิกเลือกทีละเวิร์กชีต
§  ลบหลายเวิร์กชีตที่ไม่ติดกัน ให้กดปุ่ม Ctrl ค้างไว้แล้วคลิกเลือกเวิร์กชีตที่ต้องการลบทีละเวิร์กชีต
§  ถ้าจะลบทุกเวิร์กชีตให้คลิกขวาที่เวิร์กชีตใดก็ได้ แล้วเลือก Select All Sheets (เลือกแผ่นงานทั้งหมด)
2.       คลิกขวาที่ชื่อเวิร์กชีตนั้น แล้วเลือก Delete (ลบ)
3.       คลิกปุ่ม Delete (ลบ) เพื่อยืนยันการลบ หรือคลิกปุ่ม Cancel (ยกเลิก) เพื่อยกเลิกหากเปลี่ยนใจไม่ลบ

ย้ายเวิร์กชีต


  1. คลิกลากแท็บของเวิร์กชีตที่ต้องการย้ายตำแหน่งไปทางซ้ายหรือขวา
  2. สังเกตตัวบอกตำแหน่งแทรกเวิร์กชีตซึ่งเป็นรูปสามเหลี่ยมเล็กๆ  เมื่อชี้ตรงจุดที่ต้องการแทรกแล้วก็ปล่อยเมาส์

ก๊อปปี้เวิร์กชีต


  1. คลิกขวาแล้วเลือก Move or Copy (ย้าย หรือคัดลอก)
  2. คลิกเลือกตำแหน่งว่าจะวางก่อนเวิร์กชีตใด
  3. คลิกเลือก Create a Copy (สร้างสำเนา)
  4. คลิก OK (ตกลง) เพื่อยืนยันที่ได้เลือก หรือคลิก Cancel เพื่อยกเลิกที่ได้กำหนด
<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> สอน Excel, พื้นฐาน Excel, หลักสูตร Excel, คำนวณ Excel, อบรม Excel, เรียน Excel, สูตร Excel, Excel เบื้องต้น

การเปิดใช้งานไฟล์ Excel หลายๆ ไฟล์พร้อมๆ กัน และการใช้เชื่อมโยงข้ามไฟล์

การเปิดใช้งานไฟล์  Excel  หลายๆ ไฟล์พร้อมๆ กัน
          ถ้าจะแสดงหลายๆ เวิร์กชีตในเวิร์กบุ๊คที่ใช้อยู่ อาจใช้วิธีสร้างวินโดว์ใหม่ของเวิร์กชีตเดิมขึ้นมา แล้วจัดหน้าจอให้มองเห็นวินโดว์ทั้งหมดพร้อมๆ กัน วิธีนี้มีข้อดีกว่าวิธีแบ่งส่วนวินโดว์ก็คือ นอกจากจะใช้จัดการกับเซลที่อยู่ในเวิร์กชีตเดียวกันแล้ว ยังสามารถจัดการกับเซลที่อยู่คนละเวิร์กชีตได้อีกด้วย

  1. ในแถบ Ribbon View > Arrange All (มุมมอง>จัดเรียงทั้งหมด)
  2. เลือกลักษณะการจัดเรียง
        Tiled                       เรียงแบบปูกระเบื้อง
        Horizontal             เรียงแบบแนวนอน
        Vertical                  เรียงแบบแนวตั้ง
        Cascade               เรียงแบบเรียงซ้อน
3.       จากนั้นคลิก OK (ตกลง) เพื่อยืนยันที่ได้เลือก หรือคลิก Cancel เพื่อยกเลิกที่ได้กำหนด


<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> สอน Excel, พื้นฐาน Excel, หลักสูตร Excel, คำนวณ Excel, อบรม Excel, เรียน Excel, สูตร Excel, Excel เบื้องต้น

การทำงานข้าม Worksheet

การทำงานข้าม Worksheet


การอ้างอิงถึงตำแหน่งเซลระหว่างเวิร์กชีตคนละชื่อกันนั้น ต้องอ้างถึงชื่อเวิร์กชีตก่อนคั่นด้วยเครื่องหมาย ! (อัศเจรีย์) ตามด้วยตำแหน่งเซลที่ต้องการ ตามรูปแบบนี้ <ชื่อเวิร์กชีต>!<ชื่อเซล> เช่น ถ้าต้องการอ้างถึงเซล A5 ของเวิร์กชีตชื่อ Sheet1 ต้องบอกตำแหน่งดังนี้ =Sheet1!A5 ในกรณีที่ชื่อเวิร์กชีตถูกเว้นวรรคช่องว่างไว้ ต้องใส่เครื่องหมาย (Single Quote) ครอบชื่อเวิร์กชีตด้วย เช่น ไตรมาส3’!A3:A18


<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> สอน Excel, พื้นฐาน Excel, หลักสูตร Excel, คำนวณ Excel, อบรม Excel, เรียน Excel, สูตร Excel, Excel เบื้องต้น 

ใช้คำสั่ง Format Cells

ใช้คำสั่ง Format Cells ใน Excel




1.       เลือกเซลหรือกลุ่มเซลที่ต้องการใส่เส้นขอบ
2.       คลิกเมาส์ขวาเลือก Format Cells (จัดรูปแบบเซล)
3.       คลิกแท็บ Border (เส้นขอบ)
4.       เลือกรูปแบบหรือขนาดของเส้นที่จะใช้เป็นกรอบจากช่อง Style (ลักษณะ)
5.       เลือกสีของเส้นขอบจากช่อง Color (สี)
6.        คลิกปุ่มเลือกแนวเส้นที่ต้องการ เช่น ถ้าจะใส่กรอบล้อมข้อมูลทั้งหมดก็คลิกปุ่ม                                                                                                      
7.       เลือกรูปแบบ และสีของเส้นอีกครั้ง ด้วยวิธีเดียวกับข้อ 3 และ 4 แล้วคลิกปุ่มเพื่อเลือกเส้นแนวอื่นคลิก OK (ตกลง) จะได้เส้นขอบตามลักษณะที่เลือกไว้ หรือคลิก Cancel เพื่อยกเลิกที่ได้กำหนด


<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> สอน Excel, พื้นฐาน Excel, หลักสูตร Excel, คำนวณ Excel, อบรม Excel, เรียน Excel, สูตร Excel, Excel เบื้องต้น 






การสร้างตาราง และการตกแต่งตารางด้วยเส้น, รูปภาพ

การสร้างตาราง และการตกแต่งตารางด้วยเส้น, รูปภาพ


การสร้างเส้นตาราง โดยใช้ปุ่ม Borders (เส้นขอบ) หรือใช้คำสั่ง Format Cells (จัดรูปแบบเซลล์) ในแถบ Ribbon Home 
ใน Excel

  1. เลือกกลุ่มเซลที่ใส่เส้นขอบ
  2.   คลิกลูกศรหลังปุ่ม Borders (เส้นขอบ)   

 ยกเลิกเส้นขอบ   ใส่เส้นขอบด้านล่างเซล

 ใส่เส้นขอบด้านซ้าย     ใส่เส้นขอบด้านขวาเซล

 ใส่เส้นขอบด้านล่างเซลเป็นเส้นคู่       ใส่เส้นขอบด้านล่างเซลเป็นเส้นหนา

         ใส่เส้นขอบบนและล่างเซล       ใส่เส้นเดี่ยวด้านบนและใส่เส้นคู่ด้านล่างเซล

         ใส่เส้นขอบบนปกติ เส้นล่างเซลหนา      ใส่เส้นขอบล้อมรอบเซลทั้งหมด

 ใส่เส้นขอบล้อมรอบเซลเป็นเส้นบาง         ใส่เส้นขอบล้อมรอบเซลเป็นเส้นหนา
 วาดกำหนดขอบเขตของเส้นขอบเอง


<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> สอน Excel, พื้นฐาน Excel, หลักสูตร Excel, คำนวณ Excel, อบรม Excel, เรียน Excel, สูตร Excel, Excel เบื้องต้น 

การจัดการเซล แถวและคอลัมน์

แทรกเซลใน Excel


                1.       คลิกเลือกตำแหน่งเซล


 

2.       คลิกปุ่ม    ที่ลูกศร ในแถบ Ribbon Home แล้วเลือกคำสั่งย่อย



3.       คลิกเลือก Insert Cells… (แทรกเซล)    





                4.       จากนั้นคลิกเลือกวิธีแทรกเซล ดังนี้  
         
Shift cells right (เลื่อนเซลไปทางขวา) แทรกเซลใหม่ แล้วขยับ เซลเดิมไปทางขวา
Shift cells down (เลื่อนเซลลง) แทรกเซลใหม่ แล้วขยับเซลเดิม และเซลอื่นๆ ด้านล่างทั้งหมดให้เลื่อนลงไป Entire row (ทั้งแถว) แทรกแถวใหม่ แล้วเลื่อนแถวเดิมลงไปด้านล่าง Entire column (ทั้งคอลัมน์) แทรกคอลัมน์ใหม่ แล้วเลื่อนคอลัมน์เดิมไปทางขวา
จากนั้นคลิก OK (ตกลง) เพื่อยืนยันที่ได้เลือก หรือคลิก Cancel เพื่อยกเลิกที่ได้กำหนด

แทรกแถว และคอลัมน์

1.       เลือกแถว หรือคอลัมน์ที่จะแทรก

2.       คลิกปุ่ม     ที่ลูกศร ในแถบ Ribbon Home แล้วเลือกคำสั่งย่อย  
                      
3.       คลิกเลือก Insert Sheet Rows (แทรกแถวในแผ่นงาน) หรือ Insert Sheet Columns (แทรกคอลัมน์ในแผ่นงาน)
4.   ถ้าเลือกไว้หลายแถว หรือหลายคอลัมน์ Excel ก็จะแทรกแถว หรือแทรกคอลัมน์ ให้เท่ากับจำนวนแถว หรือจำนวนคอลัมน์ที่เลือก หรือถ้าจะลบแถว หรือลบคอลัมน์ ก็ให้เลือกแถว หรือคอลัมน์ที่ต้องการลบออก ซึ่งอาจจะเป็นเพียงแถวเดียวหรือหลายแถวพร้อมกันก็ได้ จะปรากฎแถวใหม่ หรือคอลัมน์ใหม่ แทรกเข้ามาอยู่ด้านบนของแถวที่เลือก หรือแทรกอยู่ของคอลัมน์ที่เลือก

ลบเซล


         1.       คลิกเลือกตำแหน่งเซล



         2.      คลิกปุ่ม    ที่ลูกศร ในแถบ Ribbon Home แล้วเลือกคำสั่งย่อย 

         3.      คลิกเลือก Delete Cells… (ลบเซล)  



        4.       จากนั้นคลิกเลือกวิธีแทรกเซล ดังนี้

Shift cells left (เลื่อนเซลไปทางซ้าย) ลบเซล แล้วขยับเซลที่อยู่ ทางขวาทั้งหมดเข้ามาแทนที่ Shift cells up (เลื่อนเซลขึ้น) ลบเซล แล้วขยับเซลอื่นด้านล่างทั้งหมดขึ้นมาแทนที่ Entire row (ทั้งแถว) ลบเซลทั้งแถว แล้วเลื่อนแถวด้านล่างเข้ามาแทนที่    Entire column (ทั้งคอลัมน์) ลบเซลทั้งคอลัมน์ แล้วเลื่อนคอลัมน์ทางขวาเข้ามาแทนที่ 
5.       จากนั้นคลิก OK (ตกลง) เพื่อยืนยันที่ได้เลือก หรือคลิก Cancel เพื่อยกเลิกที่ได้กำหนด

ลบแถว หรือคอลัมน์

1.       เลือกแถว หรือคอลัมน์ที่จะลบ (เลือกหนึ่งแถว หรือหนึ่งคอลัมน์ หรือหลายแถว หรือหลายคอลัมน์ก็ได้)


2.       คลิกปุ่ม    ที่ลูกศร ในแถบ Ribbon Home แล้วเลือกคำสั่งย่อย  




3.       คลิกเลือก Delete Sheet Rows (ลบแถวในแผ่นงาน) หรือ Delete Sheet Columns (ลบคอลัมน์ในแผ่นงาน)


4.       แถว หรือคอลัมน์ที่เลือกไว้ จะถูกลบออกจากแผ่นงานแล้ว

  แทรก หรือลบ แถว และคอลัมน์ ด้วยคำสั่งคลิกขวา

1.       คลิกเลือกแถว หรือคอลัมน์ที่จะแทรก หรือลบ
2.       คลิกเมาส์ขวาบนแถว หรือคอลัมน์ที่เลือก แล้วเลือกการทำงาน
-                    Insert  (แทรก) เพื่อแทรกแถว หรือคอลัมน์ ถ้าเลือก Insert แถวใหม่ หรือคอลัมน์ใหม่ที่แทรกเข้ามาจะเป็นแถว หรือคอลัมน์ว่างๆ ตาม จำนวนแถว หรือคอลัมน์ที่เลือก
-                    Delete  (ลบ) เพื่อลบแถว หรือคอลัมน์ แถว หรือคอลัมน์ที่เลือกไว้จะถูกลบหายไป




<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> สอน Excel, พื้นฐาน Excel, หลักสูตร Excel, คำนวณ Excel, อบรม Excel, เรียน Excel, สูตร Excel, Excel เบื้องต้น