แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรียนรู้ Excel แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เรียนรู้ Excel แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การใช้ฟังก์ชัน DATE เขียนสูตร

การใช้ฟังก์ชัน DATE เขียนสูตร

ผลลัพธ์ : แปลงตัวเลข วัน เดือน ปี ให้เป็นรูปแบบวันที่
ตัวแปรอาร์กิวเมนต์ : DATE(year,month,day)
อาร์กิวเมนต์ Year คือ ตัวเลขปีคริสต์ศักราช สามารถระบุเป็นตัวเลขตั้งแต่หนึ่งถึงสี่หลัก โดยเริ่มต้นปีคริสต์ศักราช แบ่งออกสำหรับ Windows เริ่มต้นแบบ 1900 และสำหรับ Macintosh เริ่มต้นแบบ 1904
แนะนำ ควรระบุตัวเลขสี่หลัก เพื่อป้องกันการอ้างอิงที่ไม่ถูกต้อง เช่น ระบุ "05" Excel แปลว่าเป็น "1905" เป็นค่าของปีที่ระบุ
  • ในระบบ Windows แบบ 1900
    • ระบุตัวเลขเป็น 0 ถึง 1899 excel จะนำตัวเลขที่ระบุนั้น บวกกับ 1900 ผลลัพธ์ ที่ได้จะเป็นอาร์กิวเมนต์ Year ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(105,5,1) หมายถึง May 1, 2005 (1900+105)
    • ระบุตัวเลขเป็น 1900 ถึง 9999 excel จะนำตัวเลขที่ระบุนั้น เป็นอาร์กิวเมนต์ Year ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(2005,5,1) หมายถึง May 1, 2005
    • ระบุตัวเลขเป็น 0 หรือมากกว่า หรือเท่ากับ 10000 excel จะแสดงผลลัพธ์เป็น #NUM!
  • ในระบบ Macintosh แบบ 1904
    • ระบุตัวเลขเป็น 4 ถึง 1899 excel จะนำตัวเลขที่ระบุนั้น บวกกับ 1900 ผลลัพธ์ ที่ได้จะเป็นอาร์กิวเมนต์ Year ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(105,5,1) หมายถึง May 1, 2005 (1900+105)
    • ระบุตัวเลขเป็น 1904 ถึง 9999 excel จะนำตัวเลขที่ระบุนั้น เป็นอาร์กิวเมนต์ Year ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(2005,5,1) หมายถึง May 1, 2005
    • ระบุตัวเลขน้อยกว่า 4 หรือมากกว่า หรือเท่ากับ 10000 หรือเป็น 1900 ถึง 1903 excel จะแสดงผลลัพธ์เป็น #NUM!
อาร์กิวเมนต์ Month คือ ตัวเลขจำนวนเต็มบวก หรือจำนวนเต็มลบ ที่ระบุลำดับที่ของเดือนใน 1 ปี (1-12)
  • ระบุตัวเลขมากกว่า 12 excel จะเพิ่มจำนวนเดือนที่เกินเข้ากับเดือนแรกของปีที่ระบุ ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(2012,14,1) หมายถึง February 1, 2013
  • ระบุตัวเลขน้อยกว่า 1 จะลบจำนวนเดือนนั้น บวกหนึ่ง จากเดือนแรกของปีที่ระบุ ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(2012,-4,1) หมายถึงAugust 1, 2011
อาร์กิวเมนต์ Day คือ ตัวเลขจำนวนเต็มบวก หรือจำนวนเต็มลบ ที่ระบุวันที่ใน 1 เดือน (1-31)
  • ระบุตัวเลขมากกว่าจำนวนวันในเดือนที่ระบุ excel จะเพิ่มจำนวนวันที่เกินเข้ากับวันแรกของเดือน ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(2012,3,34) หมายถึง April 3, 2012
  • ระบุตัวเลขน้อยกว่า 1 วัน จะลบจำนวนวันนั้นออก บวกหนึ่ง จากวันแรกของเดือนที่ระบุ ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(2012,4,-3) หมายถึง March 28, 2012
ข้อควรทราบ Excel จะเก็บข้อมูลวันที่ในลักษณะเป็นอันดับ โดยจะนับเริ่มต้นอันดับที่ 1 วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1900 หรือพ.ศ. 2443 (ในระบบ Windows) เช่น วันที่ 28 March 2012 เป็นอันดับที่ 40996 (วิธีการแสดงเป็นอันดับที่ให้ Format Cell เป็น General)

ตัวอย่าง การใช้ฟังก์ชัน DATE เขียนสูตร


<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> เรียน Excel, เรียน เขียนสูตร Excel, คำนวณ Excel, Excel Advance>



วันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2555

การจัดการกับ Worksheet


การตั้งชื่อเวิร์กชีตใน Excel


1. ดับเบิลคลิก ที่ชื่อเวิร์กชีต หรือคลิกขวาที่ชื่อเวิร์กชีต เลือก Rename
2. พิมพ์ชื่อใหม่แล้วกด Enter

เพิ่มเวิร์กชีตใหม่


1.       คลิกตำแหน่งเวิร์กชีตที่จะแทรก
2.       เลือก Insert > Worksheet > OK (แทรก > แผ่นงาน > ตกลง)หรือใช้คีย์ลัด Shift + F11
3.       เวิร์กชีตที่เพิ่มเข้ามาใหม่จะอยู่ทางด้านซ้ายของเวิร์กชีตที่เลือก 

ลบเวิร์กชีตออกจากเวิร์กบุ๊ค


1.       คลิกเลือกเวิร์กชีตที่ต้องการลบ
§  ลบหลายเวิร์กชีตติดกัน ให้กดปุ่ม Shift ค้างไว้แล้วคลิกเลือกทีละเวิร์กชีต
§  ลบหลายเวิร์กชีตที่ไม่ติดกัน ให้กดปุ่ม Ctrl ค้างไว้แล้วคลิกเลือกเวิร์กชีตที่ต้องการลบทีละเวิร์กชีต
§  ถ้าจะลบทุกเวิร์กชีตให้คลิกขวาที่เวิร์กชีตใดก็ได้ แล้วเลือก Select All Sheets (เลือกแผ่นงานทั้งหมด)
2.       คลิกขวาที่ชื่อเวิร์กชีตนั้น แล้วเลือก Delete (ลบ)
3.       คลิกปุ่ม Delete (ลบ) เพื่อยืนยันการลบ หรือคลิกปุ่ม Cancel (ยกเลิก) เพื่อยกเลิกหากเปลี่ยนใจไม่ลบ

ย้ายเวิร์กชีต


  1. คลิกลากแท็บของเวิร์กชีตที่ต้องการย้ายตำแหน่งไปทางซ้ายหรือขวา
  2. สังเกตตัวบอกตำแหน่งแทรกเวิร์กชีตซึ่งเป็นรูปสามเหลี่ยมเล็กๆ  เมื่อชี้ตรงจุดที่ต้องการแทรกแล้วก็ปล่อยเมาส์

ก๊อปปี้เวิร์กชีต


  1. คลิกขวาแล้วเลือก Move or Copy (ย้าย หรือคัดลอก)
  2. คลิกเลือกตำแหน่งว่าจะวางก่อนเวิร์กชีตใด
  3. คลิกเลือก Create a Copy (สร้างสำเนา)
  4. คลิก OK (ตกลง) เพื่อยืนยันที่ได้เลือก หรือคลิก Cancel เพื่อยกเลิกที่ได้กำหนด
<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> สอน Excel, พื้นฐาน Excel, หลักสูตร Excel, คำนวณ Excel, อบรม Excel, เรียน Excel, สูตร Excel, Excel เบื้องต้น

วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การเริ่มต้นเรียนรู้การสร้างสูตรใน Microsoft Excel

การสร้างสูตรในโปรแกรม Microsoft Excel
สำหรับผู้ที่มีพื้นฐานในการใช้งานโปรแกรม Microsoft Excel มาบ้างแล้ว จะทราบดีว่า Excel มีสามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นงานสำหรับฝ่ายขาย งานบัญชี งานฝ่ายบุคคล และหากเราได้ให้เวลาศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือ การสร้างสูตร และการใช้งานฟังก์ชั่น (Excel Functions) ที่มีอยู่ใน Microsoft Excel เพียงแค่ 10% ของที่มีอยู่ในโปรแกรม Excel ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้คนที่ใช้งาน Excel สามารถทำงานต่างๆ ที่ทำอยู่เป็นประจำได้รวดเร็ว ถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น หรือในบางครั้งอาจจะสามารถทำงานในสิ่งที่คิดไม่ถึงมากก่อนว่าโปรแกรม Microsoft Excel จะสามารถทำได้
การสร้างสูตรใน Excel เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราสามารถสร้างระบบสำหรับช่วยในการคำนวณ เก็บไว้ใน Cell ของโปรแกรม Excel ทำให้สามารถทำงานต่างๆ ได้ถูกต้องและรวดเร็วยิ่งขึ้น สำหรับผู้ใช้ Excel ที่ปัจจุบันยังต้องใช้เครื่องคิดเลขเพื่อใช้คำนวณตัวเลขก่อนจะนำผลลัทธ์ที่ได้มาใส่ไว้ใน Cell ที่ต้องการ ผมเชื่อว่าเมื่อได้ศึกษาในส่วนนี้แล้ว จะพบว่า Microsoft Excel มันยอดเยี่ยมยิ่งกว่าเครื่องคิดเลขที่ให้งานอยู่เป็นไหนๆ เลยทีเดียว
ลองพิจารณาตัวอย่างต่อไปนี้ครับ



รูปตัวอย่างที่ 1.1 การสร้างผลคำนวณหายอดเงินเบี้ยเลี้ยงที่ต้องจ่ายให้พนักงาน
จากตัวอย่างนี้ จะเป็นตารางของการคำนวณหายอดเงินเบี้ยเลี้ยงที่ทางบริษัทที่ต้องจ่ายให้กับพนักงาน โดยบริษัทกำหนดอัตราเบี้ยเลี้ยงไว้ที่ 100 บาท/คน/วัน ที่เดินทาง ในแต่ละ Cell ที่มีสีพื้นหลังเป็นสีเขียวจะใช้แสดงยอดเงินเบี้ยเลี้ยงตามจำนวนวันที่อยู่ในคอลัมน์เดียวกัน และจำนวนคนที่ไปในแถวเดียวกัน เช่นใน Cell E6 จะแสดงยอดเงินที่เกิดจากการไปดูงาน 3 วัน และส่งพนักงานไป 2 คน ดังนั้นสูตรในการคำนวณสำหรับตัวอย่างนี้คือ


ต่อไปนี้ผมจะเรียกวิธีการสรุปสูตร แล้วเขียนมาเป็นคำพูดที่เข้าใจง่ายดังแสดงในกรอบข้างบนนี้ว่า “การเขียนโพย” เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่เริ่มเขียนสูตรใน Excel
ในตัวอย่างนี้หากเราไม่รู้วิธีการสร้างสูตรใน Excel เราคงต้องคำนวณค่าและกรอกผลลัพธ์ลงไปใน Cell ทีละช่องๆ จนครบ แต่วิธีนี้คงไม่ดีแน่หากเรามี Cell ให้กรอกผลลัพธ์จำนวนมาก ฉะนั้นเราลองมาดูว่าจะสร้างสูตรให้ Excel คำนวณแทนเราได้อย่างไร ลองมาดูรูปตัวอย่างที่ 1.2 เรากำลังจะเริ่มสร้างสูตรเพื่อหาผลลัพธ์ใน Cell C5



รูปตัวอย่างที่ 1.2 เริ่มทำการสร้างสูตรใน Cell C5
คลิก หรือเลื่อน Cursor ไปที่ Cell C5 หลังจากนั้นพิมพ์เครื่องหมาย = เพื่อบอกให้ Excel รู้ว่าสิ่งที่กำลังจะพิมพ์ต่อไปจากนี้คือสูตร



รูปตัวอย่างที่ 1.3 เริ่มสร้างสูตร ขึ้นต้นด้วยเครื่องหมาย =
ถ้ามาถึงจุดนี้แล้ว นึกไม่ออกว่าจะพิมพ์อะไรต่อให้ไปดูโพย (โพยหมายเลข 1) เราจะแทนค่าของคำต่างๆ ในโพยด้วยการอ้างถึงตำแหน่งของ Cell ใน Worksheet ตอนนี้เราอยู่ที่ Cell C5 จะแปลงจากโพยเป็นสูตรได้ดังนี้



ดังนั้นใน Cell C5 จะได้สูตรตามรูปตัวอย่างที่ 1.4 โดยการแปลงนี้เราสามารถใช้เม้าส์คลิกที่ Cell ต่างๆ ที่ต้องการ หรือพิมพ์ลงไปโดยตรงก็ได้ โดยเครื่องหมายคูณ ใน Excel จะใช้สัญลักษณ์ *



ตัวอย่างที่ 1.4 สูตรการคำนวณที่ได้จากการแปลงโพย
เมื่อพิมพ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้กด Enter 1 ครั้ง Excel จะแสดงผลการคำนวณออกมาใน Cell C5 ดังรูปตัวอย่างที่ 1.5



รูปตัวอย่างที่ 1.5 ผลการคำนวณที่ได้จากสูตร
เมื่อได้ผลลัพธ์ที่ต้องการแล้วสำหรับ Cell แรก Cell อื่นๆ เราสามารถ Copy สูตรใน Cell C5 ได้เลย เพราะว่าในทุกๆ Cell ใช้โพยในการสร้างสูตรเหมือนกัน แต่จะแตกต่างกันตรงที่ Cell ที่จะนำมาแปลงจากโพยให้กลายเป็นสูตร Excel ดังนั้นลอง Copy สูตรดูเลยครับ แล้วพิจารณาผลลัพธ์ที่ได้ ว่าถูกต้องหรือไม่ (คลิกที่นี่สำหรับวิธีการ Copy สูตรใน Excel)



รูปตัวอย่างที่ 1.6 ผลลัพธ์ที่ได้หลังจาก Copy สูตรจาก Cell C5
จากรูปตัวอย่างที่ 1.6 เกิดอะไรขึ้นกับผลลัพธ์ที่ได้ ผู้ใช้หลายๆ ท่านอาจจะเคย Copy สูตรมาบ่อยครั้งมาก แต่ไม่เคยเจอกับปัญหาแบบนี้ มีใครทราบสาเหตุมั้ยครับว่าปัญหานี้เกิดจากอะไร และจะแก้ปัญหานี้อย่างไร หากอยากทราบ ติดตามกันต่อไปในหัวข้อ การตรึง Cell ในการสร้างสูตรของโปรแกรม Microsoft Excel 

สรุปขั้นตอนการสร้างสูตรใน Excel

1. สรุปสูตรการคำนวณที่ต้องการสร้าง แล้วเขียนเป็นโพยขึ้นมา เพื่อลดข้อผิดพลาด

2. เลือก Cell ที่ต้องการแสดงผลลัพธ์

3. เริ่มต้นสูตรด้วยเครื่องหมาย = จากนั้นให้แปลงโพยให้กลายเป็นสูตร Excel โดยการแทนที่ด้วย ตัวเลข เครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ หรือตำแหน่ง Cell ที่เก็บค่าที่ตรงกับคำพูดในโพย

4. กด Enter เพื่อจบการสร้างสูตร


อบรม excel เรียนรู้ Excel เพิ่มเติม อย่างมีคุณภาพได้ที่ http://www.wisethailand.com/