วันอังคารที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การใช้ฟังก์ชัน DATEVALUE เขียนสูตร

การใช้ฟังก์ชัน DATEVALUE เขียนสูตร

ผลลัพธ์ : แปลงวันที่ในรูปแบบข้อความเป็นเลขอันดับ
ตัวแปรอาร์กิวเมนต์ : DATEVALUE(date_text)
อาร์กิวเมนต์ date_text คือ ข้อความที่แสดงวันที่ตามรูปแบบวันที่ของ Excel ซึ่งแสดงข้อความนี้อยู่ภายในเครื่องหมายอัญประกาศ ""
ในระบบ Windows แบบ 1900
ระบุวันที่เป็นข้อความระหว่างวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1900 ถึง 31 ธันวาคม ค.ศ. 9999


ในระบบ Macintosh แบบ 1904
ระบุวันที่เป็นข้อความระหว่างวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1904 ถึง 31 ธันวาคม ค.ศ. 9999


หากระบุข้อความเป็นวันที่ ที่ไม่อยู่ในช่วงระหว่างที่กำหนด excel ที่แสดงผลลัพธ์ #VALUE!

หากไม่ระบุปีในอาร์กิวเมนต์ date_text excel จะนำปีี่ปัจจุบันมาเป็นอาร์กิวเมนต์

ตัวอย่าง การใช้ฟังก์ชัน DATEVALUE เขียนสูตร



 <Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> เรียน Excel, เรียน เขียนสูตร Excel, คำนวณ Excel, Excel Advance, สอน Excel>


วันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2555

การใช้ฟังก์ชัน DATE เขียนสูตร

การใช้ฟังก์ชัน DATE เขียนสูตร

ผลลัพธ์ : แปลงตัวเลข วัน เดือน ปี ให้เป็นรูปแบบวันที่
ตัวแปรอาร์กิวเมนต์ : DATE(year,month,day)
อาร์กิวเมนต์ Year คือ ตัวเลขปีคริสต์ศักราช สามารถระบุเป็นตัวเลขตั้งแต่หนึ่งถึงสี่หลัก โดยเริ่มต้นปีคริสต์ศักราช แบ่งออกสำหรับ Windows เริ่มต้นแบบ 1900 และสำหรับ Macintosh เริ่มต้นแบบ 1904
แนะนำ ควรระบุตัวเลขสี่หลัก เพื่อป้องกันการอ้างอิงที่ไม่ถูกต้อง เช่น ระบุ "05" Excel แปลว่าเป็น "1905" เป็นค่าของปีที่ระบุ
  • ในระบบ Windows แบบ 1900
    • ระบุตัวเลขเป็น 0 ถึง 1899 excel จะนำตัวเลขที่ระบุนั้น บวกกับ 1900 ผลลัพธ์ ที่ได้จะเป็นอาร์กิวเมนต์ Year ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(105,5,1) หมายถึง May 1, 2005 (1900+105)
    • ระบุตัวเลขเป็น 1900 ถึง 9999 excel จะนำตัวเลขที่ระบุนั้น เป็นอาร์กิวเมนต์ Year ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(2005,5,1) หมายถึง May 1, 2005
    • ระบุตัวเลขเป็น 0 หรือมากกว่า หรือเท่ากับ 10000 excel จะแสดงผลลัพธ์เป็น #NUM!
  • ในระบบ Macintosh แบบ 1904
    • ระบุตัวเลขเป็น 4 ถึง 1899 excel จะนำตัวเลขที่ระบุนั้น บวกกับ 1900 ผลลัพธ์ ที่ได้จะเป็นอาร์กิวเมนต์ Year ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(105,5,1) หมายถึง May 1, 2005 (1900+105)
    • ระบุตัวเลขเป็น 1904 ถึง 9999 excel จะนำตัวเลขที่ระบุนั้น เป็นอาร์กิวเมนต์ Year ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(2005,5,1) หมายถึง May 1, 2005
    • ระบุตัวเลขน้อยกว่า 4 หรือมากกว่า หรือเท่ากับ 10000 หรือเป็น 1900 ถึง 1903 excel จะแสดงผลลัพธ์เป็น #NUM!
อาร์กิวเมนต์ Month คือ ตัวเลขจำนวนเต็มบวก หรือจำนวนเต็มลบ ที่ระบุลำดับที่ของเดือนใน 1 ปี (1-12)
  • ระบุตัวเลขมากกว่า 12 excel จะเพิ่มจำนวนเดือนที่เกินเข้ากับเดือนแรกของปีที่ระบุ ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(2012,14,1) หมายถึง February 1, 2013
  • ระบุตัวเลขน้อยกว่า 1 จะลบจำนวนเดือนนั้น บวกหนึ่ง จากเดือนแรกของปีที่ระบุ ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(2012,-4,1) หมายถึงAugust 1, 2011
อาร์กิวเมนต์ Day คือ ตัวเลขจำนวนเต็มบวก หรือจำนวนเต็มลบ ที่ระบุวันที่ใน 1 เดือน (1-31)
  • ระบุตัวเลขมากกว่าจำนวนวันในเดือนที่ระบุ excel จะเพิ่มจำนวนวันที่เกินเข้ากับวันแรกของเดือน ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(2012,3,34) หมายถึง April 3, 2012
  • ระบุตัวเลขน้อยกว่า 1 วัน จะลบจำนวนวันนั้นออก บวกหนึ่ง จากวันแรกของเดือนที่ระบุ ตัวอย่างเขียนสูตร เช่น DATE(2012,4,-3) หมายถึง March 28, 2012
ข้อควรทราบ Excel จะเก็บข้อมูลวันที่ในลักษณะเป็นอันดับ โดยจะนับเริ่มต้นอันดับที่ 1 วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1900 หรือพ.ศ. 2443 (ในระบบ Windows) เช่น วันที่ 28 March 2012 เป็นอันดับที่ 40996 (วิธีการแสดงเป็นอันดับที่ให้ Format Cell เป็น General)

ตัวอย่าง การใช้ฟังก์ชัน DATE เขียนสูตร


<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้> เรียน Excel, เรียน เขียนสูตร Excel, คำนวณ Excel, Excel Advance>



วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2555

การป้องกันไฟล์งานที่มีความสำคัญของฝ่ายบุคคลด้วยการ Protect Worksheet


          ปกติเซลในเวิร์กชีตจะถูกต้องให้ล็อคไม่ให้แก้ไขได้ ดังนั้นเมื่อมีการใช้คำสั่งป้องกันเวิร์กชีต เซลทั้งหมดในเวิร์กชีตจะไม่สามารถแก้ไขได้

วิธีซ่อน/ป้องกันเซลสูตรทั้งหมดใน Excel

ขั้นที่ 1 ซ่อน/ป้องกันเซลทั้งหมดในเวิร์กชีต
1. คลิกเพื่อเลือกทั้งหมด
2. เลือกคำสั่ง Format > Cells…
3. ตามปกติแล้ว Excel จะป้องกันเซลทั้งหมดในเวิร์กชีตให้อยู่แล้วโดยอัตโนมัติ และจะเห็นได้จากข้างหน้า Locked มีเครื่องหมาย ถูก ถ้าเลือกทั้ง Locked และ Hidden จะซ่อนสูตรและป้องกันการแก้ไข ถ้าเลือก Locked อย่างเดียว จะลบหรือแก้ไขสูตรไม่ได้ แต่ไม่ซ่อนให้ ถ้าเลือก Hidden อย่างเดียวจะซ่อนสูตรให้และแก้ไขไม่ได้ แต่ลบได้โดยผลลัพธ์ในเซล และสามารถคีย์สูตรใหม่แทนที่สูตรเดิม
4. คลิก OK

ขั้นที่ 2 ยกเลิกการซ่อน/ป้อนกันเซลที่ไม่ใช่เซลสูตร
ต้องยกเลือกการซ่อน/ป้องกันเซลอื่นๆ ที่ไม่ใช่เซลสูตร จะได้คีย์และแก้ไขข้อมูลในเซลเหล่านั้นได้
  1. คลิกเมนู Edit > Go To…
  2. คลิกปุ่ม Special
  3. เลือก Constants
  4. คลิก OK จากนั้นจะเห็นแถบสีครอบคลุมเซลทั้งหมดที่ไม่ใช่เซลสูตร
  5. คลิกเมนู Format > Cells…
  6. คลิก   ล้างเครื่องหมายถูกออกให้หมด
  7. คลิก OK

ขั้นที่ 3 ป้องกันเวิร์กชีต
ขั้นตอนสุดท้ายที่จะทำให้เซลสูตรถูกซ่อน/แก้ไขไม่ได้ก็คือ ต้องป้องกันเวิร์กชีตด้วย ถ้าไม่ป้องกันสิ่งที่ทำมาในขั้นที่ 1 และ 2 ก็ไม่มีผลอะไร
  1. คลิกเมนู Tools > Protection > Protect Sheet…
  2. ตั้งรหัสผ่าน
  3. ใส่รหัสผ่านอีกครั้งให้ตรงกับขั้นตอนที่ 2
  4. คลิก OK
  5. คลิก OK

วิธีซ่อน/ป้องกันเฉพาะบางเซลสูตร

ขั้นที่ 1 ยกเลิกการซ่อน/ป้องกันเซลทั้งหมดในเวิร์กชีต
  1. คลิกปุ่ม Select All
  2. คลิกเมนู Format > Cells..
  3. คลิก   ล้างออกให้หมด
  4. คลิก OK
ขั้นที่ 2 ซ่อน/ป้องกันเฉพาะบางเซลสูตร
  1. คลิกเลือกเซลสูตรที่จะซ่อน/ป้องกัน
  2. คลิกเมนู Format > Cells…
  3. คลิกเลือกว่าจะซ่อนหรือป้องกันหรือทั้งอย่าง
  4. คลิก OK
<Key Word สำหรับค้นหาบทความนี้>  เรียน Excel, เรียนเขียนสูตร, การใช้ Pivot Table,ฟังก์ชั่น if(), SumIF(), CountIF(), VLookUp(), สอน Excel สำหรับ HR